2006/Sep/27

การยึดอำนาจของคณะปฏิรูป ฯ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ดูเหมือนว่าประชาชนจำนวนมากจะชอบใจไม่น้อย

ส่วนหนึ่งเพราะนอกเหนือไปจากการยึดอำนาจจาก อดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร แล้ว ยังเป็นการยึดอำนาจโดยไม่ก่อให้เกิดการเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ก่อให้เกิดภาพที่ contrast กันระหว่างทหารและกิจกรรมของประชาชน

ทหาร รถถัง เด็ก ผู้หญิง นักศึกษาดอกไม้ นักท่องเที่ยว ปืนและกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ เข้ามาอยู่ร่วมกันราวกับว่าประเทศไทยไม่ได้กำลังอยู่ในช่วงรัฐประหาร

ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยประชาชนก็ยังสามารถดำรงชีวิตชีวิตได้อย่างปกติสุข

แต่ก้าวต่อไปของคณะปฏิรูปฯ จะเป็นอย่างไร

ประการแรกดูเหมือนว่า นอกจากการยึดอำนาจแล้วคณะปฏิรูปฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมทางการบริหารประเทศที่อดีตนายกทักษิณวางไว้ทุกประการ จะเปลี่ยนก็เพียงบุคลากรผู้รับผิดชอบ

ประการที่สอง การตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบของ อดีตนายกทักษิณและพรรคพวก จะสำเร็จหรือไม่ หรือล้มเหลวเหมือนในสมัย รสช.

หากคณะปฏิรูปฯ ล้มเหลวในการดำเนินการสองประการข้างต้น ในระยะยาวจะเกิดคำถามจากประชาชนว่า ตกลงอดีตนายกทักษิณทำอะไรผิด ถึงต้องทำการยึดอำนาจ

หรือ

เหตุใดจึงคณะปฏิรูปฯ ยังคงเดินตามนโยบายบริหารของอดีตนายกทักษิณทั้งที่เหตุผลในการยึดอำนาจ ก็ล้วนแต่มาจากการบริหารของรัฐบาลทั้งสิ้น

ที่ ณ วันนี้ยังคงดูเหมือนไม่มีปัญหาเช่นนั้นอยู่ ก็เพราะว่าคนไทยมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง คือ กระโจนเข้าไปหาอะไรเร็วเกินไป

อย่าลืมว่า สมัย รสช. แรก ๆ ก็มีคนนำดอกไม้ไปให้ทหารเช่นเดียวกัน และภายหลังก็เรียกร้อง ทหาร คืนอำนาจให้แก่ประชาชน

สมัยหนึ่ง เราเคยชื่นชมพรรคประชาธิปัตย์ ในภาพลักษณ์ของคุณชวน หลักภัย ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกไปเสียหมด

สมัยหนึ่ง เราเคยชื่นชมพรรคไทยรักไทย ในภาพลักษณ์ของคุณทักษิณ ชินวัตร นักธุรกิจ คิดใหม่ ทำใหม่ ในช่วงการบริหารราชการที่อืดอาดล่าช้าของรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย

ย้อนกลับขึ้นไปอ่านสามย่อหน้าล่าสุดตะกี้อีกรอบครับ มันก็วนไปวนมาแบบนี้แหละ

เพียงแต่จากนี้ไป ถ้าคณะปฏิรูปฯ ไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นเหมือนในวันนี้ได้ นอกจากจะมีปัญหากับประชาชนดังที่เคยเป็นมาแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่า เมื่อนั้น ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมาอีกรอบ

นิสัย คุณทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ที่คราวนี้ยอมถอยเพราะสู้ไม่ได้

ไม่ใช่ถอยเพราะยอมแพ้

และอย่าลืมว่า พวกพ้องของคุณทักษิณ ไม่ว่านักธุรกิจ กลุ่มนายทุน ตำรวจ ประชาชนรากหญ้า ล้วนเป็นปัจจัยที่สามารถนำคุณทักษิณ กลับมาได้อย่างวีรบุรุษทั้งนั้น

ดังนั้น ปัญหาสองประการข้างต้นเป็นโจทย์สำคัญที่คณะปฏิรูปฯ ต้องทำการบ้านขนานใหญ่

เพื่อการปฏิรูปการเมืองอย่างที่ได้ลั่นวาจาไว้

2006/Aug/10

เอนทรี่นี้เพื่อเพื่อน ป.โท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ สาขาการค้าระหว่างประเทศ รหัส45 ครับ

เรียนด้วยกันแค่สองปีเศษ แต่รักกันไม่แพ้เพื่อนสมัย ป.ตรีตอนสอบก็ติวกันตลอด

อันดับแรก คงจะคิดถึงพี่ต๊องที่ไปซีร็อกซ์บทความมาให้เลือกอ่านกัน + ได้เขียนจดหมายทางอีเมล์ ใช้นามแฝงว่าดาวจูปิเตอร์

พี่เก่ง รุ่นพี่ที่สวนกุหลาบ ที่คุยเรื่อง ญ ด้วยกันบ่อย ๆ

พี่แก้ว ที่อุตส่าห์ขับรถไปส่งที่รถไฟฟ้าสมัยเรียนด้วยกัน

พี่เอ๋อ้วน ที่มีแฟนแล้วแต่ยังอุตส่าห์ไปกินข้าวกะชายอื่น จน อ.บรรยายในห้องไปบังเอิญเจอ บ้าจริงเชียว555

พี่เอ๋ผอม ที่เป็นคนที่รู้จัก + นั่งเรียนด้วยกันคนแรก ๆเป็นคนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ทำงานหนักเพียงไร ก็ยังจบปริญญาโทได้เหมือนกัน"

พี่ฮ่อ อัยการที่อุตส่าห์ถ่อสังขารมาเรียน แม้ว่าจะเลทไปถึง ช.ม.ครึ่งแล้วก็ตาม

พี่นุ้ย สารนิพนธ์ผมที่สำเร็จได้เพราะส่วนหนึ่งมาจากทริปแหลมฉบังที่พี่จัดน่ะแหละฮะ คารวะหนึ่งจอก

พิรุณ เพื่อนที่ร่วมเขย่าร็อคด้วยกัน เห็นวงร็อคทีไรนึกถึงพิรุณทุกที 555

จิ๊บ ที่รู้จักคนแรก ๆ แถมยังเป็นมือเลคเชอร์ในห้อง ถ้าวิชาไหนไม่มีเลคเชอร์ของจิ๊บจะรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง

พี่ออย ถึงไม่ได้ติดต่อกันเลยตลอดเกือบปี เพราะคุณเธอไปอยู่กะสุดเลิฟที่นิวซีแลนด์ แต่ด้วยความฮอตร้อนแรง + ความทะลึ่งตึงตังของเจ๊ ทำให้เพื่อนเฮฮากันได้ตลอดซ้ำเวลาใกล้สอบทีไร เจ๊นี่แหละ ติวเตอร์...

และเพื่อนคนอื่น ๆๆๆๆๆ

ภูมิใจและขอแสดงความยินดีกับเพื่อนทุกคนครับ

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณ รศ.ดร. กำชัย จงจักรพันธ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปฏิบัติหน้าที่ยิ่งกว่าอาจารย์ และทำให้ผมซึ่งเป็นคนที่เรียนกฎหมายไม่เก่ง + พูดไม่รู้เรื่องมาก่อน สามารถพรีเซ้นท์งานในที่ประชุม เขียนบทความวิชาการ รวมไปถึงบรรยายในระดับปริญญาโท ขอแสดงความเคารพอาจารย์อย่างสุดหัวใจ

อยากเก็บเอนทรี่นี้ไว้เป็นที่ระลึก เพราะหลังจากงานรับปริญญาปีนี้ไม่รู้ว่า จะได้รวมตัวกันอีกเมื่อไหร่

แต่ถ้ายังทำงานอยู่ในสายวิชาชีพเดียวกัน คงได้เจอกันอีก โชคดี...

รูปรับปริญญาปีก่อน

ปีนี้ครับ

2006/Jul/31

ช่วงนี้งานหนักจริง ๆ ครับ ทั้งงานประจำ บทความ งานวิจัย ทั้งยังต้องดูแลครอบครัวอีก เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย

รวมไปถึงงาน Bandai Plamo Con 2006 ด้วย ซึ่งผมก็ตัดสินใจส่งโมเดลลงประกวดเหมือนกัน ด้วยความตั้งใจที่อยากสัมผัสบรรยากาศงานในฐานะผู้ประกวดกะเค้าบ้าง

ก็เลือกทำ แอดว้าน เฮเซล ตัวเดิมที่เคยรีวิวไปแล้ว เหตุที่เลือกตัวนี้เพราะว่า 1. โดยส่วนตัวชอบกันดั้มสีน้ำเงิน (น้ำเงินแบบทิทานส์) 2. พอดีว่ามีพาร์ทเสริม คิดว่าถ้าจะเอาลงประกวด คงได้กระตุ้นให้ทำสีแบบจริง ๆ จัง ๆ ซะทีสิน่า (ตลอดปีเพิ่งได้ทำสีตัวนี้เป็นตัวแรกครับ ที่เหลือต่อแห้งแล้วโยนลงกล่องตลอด)

ผมมีเวลาทำราว ๆ 3-4 วัน และก็ไม่ใช่ทั้งวันด้วยนะครับ ต้องทำงานอื่นควบคู่ไปด้วย รู้ตัวทันทีว่าไม่มีทางทำให้เรียบร้อยได้ดั่งใจหวังได้ แค่อุดขัดให้เรียบร้อยก็กินเวลาไปหลายแล้วครับ

ในที่สุด งานก็ไม่เสร็จ ตัดใจทิ้งพาร์ทเสริมออกไป เหลือไว้แค่ส่วนปืนที่พอถูไถไปได้ (ซึ่งจริง ๆ ควรอุดพานท้าย + เจาะรูตรงปลายกระบอกปืนเพื่อให้ดูสวยงามขึ้น) เลื่อยฐานพ่นสี (ถ้าได้ทำสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์เทสทีมไว้ด้วยก็ดี) สติ๊กเกอร์ตรงโล่ห์ก็ควรใช้อาร์ทไนฟ์เฉือนขอบให้หมดก่อนแปะ ไม่ใช่ปล่อยให้รุ่งริ่งอยู่แบบนั้น

กระนั้นก็ยังส่งประกวดแบบไม่ขายขี้หน้าใคร

งานนี้ผมไม่ได้รางวัลครับ ก็ไม่ได้รู้สึกซีเรียสอะไร กลับภูมิใจครับที่เราได้เต็มที่กับทุกงาน ทั้งงานออฟฟิศ งานวิจัยที่ตัวเองรัก ได้ทำหน้าที่ดูแลครอบครัว และได้ประกวดโมเดลที่ตัวเองรักอีกไม่เสียใจภายหลัง และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคนด้วยครับ

ถ้าเป็นไปได้ งานปลายปี จะส่งประกวดอีก ไม่ว่างานจะเนี้ยบหรือไม่ก็ตาม... โหะโหะ (ถ้าได้ทำอะนะ)

ลิ้งจากไทยกันดั้มรวมผลงานทั้งหมด และผลงานที่ได้รับรางวัลครับ

http://www.thaigundam.com/nuke/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4652

http://www.thaigundam.com/nuke/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4654

http://www.thaigundam.com/nuke/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4683&start=0