lifestyle

รู้สึกว่าการตั้งชื่อหัวข้อสไตล์เนี้ยจะเป็นที่นิยมกันจริงจิ๊ง เอาไอ้ที่มันดูไม่เกี่ยวกันมาตั้งรวมกันเป็นชื่อเดียว ทำให้คนสนใจว่า "มันเกี่ยวกันไงหวา" ???

พอดีเรื่องที่จะเขียนเป็นเรื่องเบา ๆ จะมาอัพทีละเรื่องก็กระไรอยู่ เลยขอ 4 in 1 ซะ เริ่มเลยละกัน

อาคิบะ เพิงเปิดเมื่อวาน หลังจากอัพเรื่อง ส.ว. เสร็จ ก็รีบจรลีไปทันที

ทางเข้าร้านติดกับมิลค์พลัส เป็นบันไดแคบๆ ขึ้นไปชั้น 2 เดินได้ซักระยะนึง อ่อ ที่แท้ก็ร้านขายการ์ตูน + แผ่นวีซีดี ดีวีดี + โมเดลนี่หว่า นึกว่าจะมีอะไรพิเศษกว่าร้านอื่นซะอีก ถึงจะมีสินค้าภาค ซี้ดเดสทินี่อยู่บ้างก็เหอะ

ราคาสินค้าแพงกว่าที่อื่นครับ ซื้อที่ MBK ยังถูกกว่าเลย แต่หลังจากสอบถามพนักงานแล้วทราบความมาว่า สินค้าที่นี่จะพิเศษกว่าที่อื่น ของแถมไม่เหมือนใคร... (แต่ไม่ค่อยสนแฮะ) มีสมัครสมาชิกด้วย ชิงโชคเพียบ (แต่โชคไม่ค่อยมี เลยไม่สมัคร...)

จริง ๆ ที่ไป หวังจะใช้บริการจำพวก สั่งจองวีซีดี ดีวีดี อนิเม (ที่บ้านเราไม่มีลิขสิทธิ์) กับสั่งจองนิตยสารจำพวกฮอบบี้ไรเงี้ยมากกว่า (แต่อย่างหลังไปดูคิโนะเหมือนเดิมก็ได้ฟระ)

ที่ต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน ก็เห็นจะมีแต่พนักงานน่ารัก ๆ เท่านั้นแหละเน่อ

เอาเป็นว่าเพิ่งเปิดก็ไม่ว่ากันจะรอดูต่อปายยย.

ดรากอนบอลนั่งดูช่องไอทีวีเอาเพลิน ๆ ถึงตอนที่โงกุนสู้กับจีจี้ ดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

ที่ยิ้มไม่ใช่เพราะขำในเนื้อเรื่องดรากอนบอลนะครับ แต่ยิ้มในอารมณ์ขันของ อ.โทริยามา อากิระ คนเขียน

ในเนื้อเรื่อง โงกุนเพิ่งจะโต ได้ไม่กี่ตอน สู้ศึกชิงจ้าวยุทธภพในรอบ 8 คน เจอจีจี้เพิ่งคุยกันท้าย ๆ ตอนที่แล้ว ยังไม่ทันเข้าเบรคโฆษณาแรกปรากฏว่าทั้งคู่สู้เสร็จ และแต่งงานกันไปเรียบร้อย

จริง ๆ ตอนอ่านในหนังสือการ์ตูนไม่ค่อยสนใจตอนนี้เท่าไหร่ ดูแล้วเฉย ๆ แต่พอตอนนี้ก็มานั่งคิด อืม... อ.โทริยาม่า แกเล่นแบบนี้เลยเรอะ

หากได้ดูดรากอนบอลตอนแรก ๆ โงกุนกับจีจี้ไม่มีวี่แววจะเป็นแฟนกันเลยนะครับ ถึงโงกุนรับปากว่าจะแต่งงานก็เถอะ แต่แทบจะไม่มีความผูกพันใด ๆ กับจีจี้เลยแม้แต่น้อย

ยิ่งพอมาเจอกันตอนโต โงกุนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าคู่ต่อสู้ที่ตนสู้ด้วยนั้นคือจีจี้ แต่พอสู้เสร็จ ก็แต่งงานกันเลย เดินควงกันลงมาจากลานประลองเอาดื้อ ๆ ซะงั้น

นอกจากนี้ ผมก็ไม่รู้ว่า อ.โทริยาม่า แกมีอารมณ์ขันในการจับคู่หรือเปล่า เพราะมาดูคู่หลัง ๆ ก็ยังปรากฏคู่แปลก ๆ เช่นเบจิต้า - บลูม่า คุริริน - มนุษย์ดัดแปลงหมายเลข 18

ดีนะ พิคโกโร่เป็นชาวนาเม็ก มีเพศเดียว เลยไม่ต้องมีเมีย (แต่ถ้ามีได้ ใครล่ะจะมาเป็นเมียพิคโกโร่...)

จบหัวข้อนี้ดีกว่า ชักเลยเถิด (เริ่มเรื่องจีจี้ ไหงจบตรงพิคโกโร่ได้ฟะ...)

ของขวัญ แฟนให้เป็นของขวัญวันเกิด งานนี้ซึ้งครับ ถึงจะให้ช้ากว่าวันเกิดก็เหอะ แต่ก็เห็นความตั้งใจ แฟนไม่รู้เรื่องกันดั้มเลยครับ แถมถักไม่เป็นอีก แต่ยังอุตส่าห์หารูปมาจนได้

เคยเอาไปโพสในไทยกันดั้มมาหนนึงแล้ว ขอโพสใน blog อีกทีแล้วกันนะจ๊ะ

เครื่องซักผ้า ไม่มีไรหรอกครับ แค่จะบ่นว่าทำไมไม่เจ๊งซะที ใช้มาเป็นสิบปีแล้ว จะได้ซื้อเครื่องใหม่ 555

ปล. ถ้าเป็นไปได้ จะเริ่มโปรเจ็ค Gundam Sentinel เพราะแปลค้างไว้เป็นปีแล้ว กำลังดูความเหมาะสมอยู่ ทั้งเนื้องาน + เวลา ครับ

ไม่ได้อัพ blog สัปดาห์นึงเต็ม ๆ เลยครับ สาเหตุก็เดิม ๆ ที่บรรดาท่าน ๆ ชอบอ้างกันคือ ไม่ว่าง งานยุ่ง ฯลฯ พอมีเวลาจีงไม่รอช้า แถมเลือกเขียนหัวข้อสไตล์ ตลาด ๆ ตามเคย (จาก...ถึง....) ซึ่งมีหลายเรื่องที่พออ่านเข้าจริง ๆ ไม่เห็นเกี่ยวกันเลยแฮะ มันจะจาก...ถึง.... ได้ไงหว่า

เลยของง ๆ กะเค้ามั่ง จาก น้องฝึกงาน ถึง ธนาคารบักเห่ย... 555

-------------------------------------------

น้องฝึกงาน

พอดีว่าเมื่อวาน น้องฝึกงานนิติกร 2 คน น้องปุ้ย (ซ้าย)กับน้องก้อย (ขวา) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงฝึกงานเป็นวันสุดท้าย เลยต้องเลี้ยงขับไล่ไสส่งกันซะหน่อย 555

จริง ๆ ผมประทับใจกับน้องฝึกงานทั้งสองคนนี้นะถึงจะเพิ่งกำลังขึ้นปี 3 แต่ก็สรุปความจากบทความวิชาการได้ ให้ช่วยจัดงานเอกสารประชุม ก็ยังไหว หรือแม้แต่งานพวก GB ก็ยังทำได้ตามที่บอกเป๊ะ ๆ สรุปสั้น ๆ ทางด้านทักษะ ความเห็นผม ผ่านฉลุย

เสียดายที่หางานดี ๆ ให้น้องได้เพิ่มประสบการณ์ไม่ได้แต่ยังดีที่ได้นั่งฟังการประชุม ดูการรายงานตัวของ สมาชิกสภาผู้แทน ฯ ใหม่ที่รัฐสภา (แต่อยากให้ได้มากกว่านั้นน่ะ) สาระอาจมีบ้าง ไม่มีบ้าง แต่ก็ได้เห็นว่า ในที่ทำงานระดับชาติ เขาทำงานกันอย่างไร

เอาเป็นว่า ตรงไหนดีไม่ดีก็จำไว้เป็นตัวอย่างแล้วกัน และก็ขอให้ประสบความสำเร็จในอนาคตนะจ๊ะ

ปล. อ่านของขวัญน้องที่ทำให้น่ะ "สะอึก" เลยนะ จะบอกให้ คิดเหมือนตูเลย บรรณานุกู 555

ปล.2 ดูแค่คนที่มีลูกศรชี้เฉย ๆ ก็พอนะครับ ที่เหลือช่างเหอะ แก่ ๆ กันหมดแร้ววว

-------------------------------------------

ธนาคารบักเห่ย

หลังจากงานเลี้ยงน้องตอนกลางวัน ก็แว่บไปทำธุรกิจหมื่นล้านครับ (เว่อร์ซะ)

จริง ๆ ไม่ใช่ธุรกิจไรหรอกครับ แค่โยกย้ายเงินฝากในธนาคาร จากธนาคารนึงไปอีกธนาคารนึง ตามโฆษณาอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งจู่ ๆ ก็พุ่งปรู๊ดปร๊าด 3-4 %

ปรากฏว่าการโยกย้ายบัญชีดังกล่าวระหว่างธนาคารที่ใช้เวลาเดินทางราวสิบนาที กลับกินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง

ไอ้สองชั่วโมงก็หมดไปกับการดื่มด่ำกำซาบในบริการของธนาคารน่ะแหละครับ

ธนาคารแรกใช้เวลาถอนเกินกว่าปกติ เพราะมัวแต่นั่งเช็คลายมือ ต้องรอแฟ็กซ์จากสำนักงานใหญ่เกือบครึ่งชั่วโมง นี่ถ้าเป็นธุรกิจพันล้าน ต้องรอกันเงกแบบนี้เรอะ ???

ส่วนธนาคารหลัง ก็ประทับใจกับความไฮเทคมากครับ เข้ามาถึงก็ต้องหยิบ "ติ้ว" ไว้สำหรับคั่นหนังสืออ่าน..เอ๊ย ไว้รอตามคิวครับ

พนักงานที่นี่ก็เยอะมากเลยครับ เตรียมไว้ 2-3 คน ในขณะที่ลูกค้าต้อง ยืนรอหลังจากยืนรอเกือบชั่วโมง อยู่ ๆ พนักงานแกก็เปลี่ยนลำดับเฉย เน้นคนที่มาเรื่องง่าย ๆ อย่างเปลี่ยนสมุดบัญชี ทำบัตรเอทีเอ็ม ฯลฯ ก่อนส่วนพวกธุรกิจหมื่นล้านอย่างผมก็จงรอต่อไปซะ อ้าวเพ่ เล่นงี้เลยเรอะ !!!

เคราะห์ดีที่มีพวกตบะแตกไปหลายคน ผมจึงได้ทำธุรกิจหมื่นล้านก่อนธนาคารจะปิดไม่กี่นาที

ก็ได้เรียนรู้มาอย่างนึงนะ ว่า ดอกเบี้ยต่างหากเรื่องใหญ่ บริการเห่ย ๆ เป็นเรื่องรอง เพราะถึงจะน่ารำคาญกับบริการเห่ย ๆ ยังไง ผมก็ไม่ยักคิดใช้บริการธนาคารอื่นแฮะ

แต่ก็เสียว ๆ เหมือนกันว่า พอครบกำหนด จะได้เงินคืนตรงตามเวลาหรือเปล่าหว่า??? เพราะพี่แกบริการได้ประทับใจจ๊อดเหลือเกิน

ถ้าอยากรู้ชื่อธนาคารล่ะก็ ใบ้ให้แล้วกันครับว่า ผมย้ายเงินจากกรุงเก่ามากรุงใหม่น่ะแหละ อิอิ

เอ่ หรือว่าหน้าผมมันไม่เหลี่ยมพอหว่า โยกย้ายบัญชีทีไร มีปัญหาทุกที ???

นอนไม่หลับครับผม

ไม่รู้ทำไงดี สงสัยนอนกลางวันมากไป ตื่นขึ้นมาดันวิ่งออกกำลังกายอีก ปรากฏว่าบัดนี้ (ตีหนึ่ง) ยังตาสว่างอยู่เลย

ที่จริงนอนไปรอบนึง ราว ๆ สี่ทุ่มเศษ แต่ก็ทำได้แค่กลิ้งไปมา ไม่ได้ไปเฝ้าพระอินทร์ซะที...

เอาล่ะวะ พรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงาน (ไม่ได้หยุดแรงงานนะครับ) ต้องรีบหลับโดยด่วน กลวิธีทำให้หลับต้องงัดออกมาให้หมด

1. นับแกะ นับไปได้ 5 ตัว แกะกระโดดอยู่ ๆ กลายเป็นกันดั้ม (ได้ไงหว่า) จากนั้นก็ฟุ้งซ่านไปถึงหุ่นโมเดล อนิเม ฯลฯ

สรุปแผนนี้ ล่ม !!!

2. นึกถึงงานที่ต้องทำพรุ่งนี้ เผื่อจะได้รู้สึกเบื่อ และผลอยหลับไป...

ปรากฏว่า เพิ่งนึกได้ว่า งานที่ทำอยู่เป็นงานที่เห็นไม่ตรงกับหัวหน้า สงสัยต้องไปดีเฟนในห้องประชุม จะเริ่มดีเฟนจากตรงไหนดีหว่า

ล่มรอบสอง

3. เอาหนังสือมานั่งอ่าน เผื่อจะได้เขียนบทความ พออ่านไปซักพัก ก็จะง่วง น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

แต่ขี้เกียจอะ หอบงานกลับมาทำที่บ้านก็พอแล้ว ยังจะบ้าอ่านหนังสืออีกเรอะ สรุป แผนนี้ล่มตั้งแต่ยังไม่ได้ทำ เวรจริง ๆ

หมดเวลาไปกับ 3 แผนที่เพิ่งพูดไปราวสองชั่วโมง ทรมานจิ๊บเป๋ง

เอาวะ ไม่หลับก็ไม่หลับก็ลุกขึ้นมา เปิดคอม ต่อเน็ท อัพบล็อกดีกว่า

ว่าแต่จะอัพเรื่องไรล่ะ ???

อัพคราวนี้เลยกลายเป็นการอัพที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก่อนเลยครับ นึกอะไรออกก็เขียน ๆ ลงไป ช่างไร้สาระสิ้นดี (แต่ก็สนุกไปอีกแบบ เพราะขณะเขียนผมเองก็ลุ้นเหมือนกันว่าเรื่องนี้จะจบยังไงหว่า)

ขณะที่นั่งเขียนบล็อก เปิดเพลงฟังไปด้วยเริ่มจากเพลง the hardest part ในอัลบั้มX&Y ของ Coldplay ซึ่งผมค่อนข้างประทับใจ MVเพลงนี้นะ

ประทับใจในคนแก่สองคนที่มาเล่นท่ายิมนาสติก (เรียกไม่ถูกน่ะครับ แต่เหมือนพวกท่ายืดหยุ่นร่างกาย มีตีลังกาเหมือนพวกเชียร์ลีดเดอร์น่ะ) แต่ละท่าหวาดเสียวสุด ๆ โดยเฉพาะคุณยายที่อายุ 80 กว่า ๆ แล้ว (ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกชื่อบาบาร่าไรเนี่ยแหละ) ถ้าใครรู้จักคุณยายท่านนี้ก็ เม้นท์มาบอกได้เน่อ

กลับมาที่ชุด X&Y อัลบั้มที่ผมว่าดีที่สุดของ Coldplay

ถึงชุดก่อนๆ จะมีเพลงฮิตอย่าง yellow,the scientist, in my place ก็เหอะ แต่มันก็เป็นความเพราะที่ไม่ peak(เหมือนกินกับข้าวอร่อย ๆ แต่ข้าวกลับไม่มี) พอมาถึงชุดนี้สิ่งที่ขาดหายในชุดก่อน ๆ ถูกถมจนเต็ม

speed of sound,fix you, talk และ the hardest part เพียงพอที่จะวัดกึ๋นของอัลบั้มชุดนี้ว่าดีขนาดไหน ยังไม่รวม square one, white shadow, low, til kingdom comeที่ผมว่าตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลได้สบาย ๆอัลบัมชุดนี้ดีจนน่ากลัวว่า ชุดถัดไปของ Coldplay จะทำได้แบบนี้หรือเปล่า ???

ชุดนี้เสียอยู่อย่างเดียว คือฟังแล้วมันไม่ง่วงอะดิ 555

----------------------------------

พอพูดถึงเรื่องเพลงก็คิดไม่ถึงนะครับว่าในexteen จะมีคนพูดถึง ศิลปิน britpop/rock

บังเอิญไปเข้าdevine's blog ก็เพิ่งรู้ว่ายังมีคนฟัง Burnard Butler, Blur อยู่

จากตอนแรกที่คิดว่าจะเขียนแต่รีวิวโมเดล อนิเม + กฎหมาย แค่นั้น คราวนี้คงมีพูดถึงศิลปินเทศมั่งล่ะ เพราะผมก็คลั่งพอดูเหมือนกัน (เพียงแต่ตอนนี้ทำงาน เลยไม่มีเวลาตามข่าวแล้วล่ะ)ทั้งOasis, Blur (เบื่อช่วงนึงมากที่เห็นไอ้สองวงนี้มันเกทับกันอยู่นั่นแหละ) Radiohead,Manic ... , Suede, Mansun, Travisฯลฯซึ่งชื่อที่พูด ๆ กันอยู่เนี่ย ตอนนี้มันไม่ดังอย่างแต่ก่อนแล้วอะ (บางวงก็ดับไปเรียบร้อยแล้ว)โดนพวกฮิปฮอป +กิมจิ ตีตลาด (ในไทย) เรียบเศร้าจัง

ไม่รู้ว่า ถ้า Generation Terorist ยังอยู่ จะขายได้มั้ยเนี่ย (คิดถึง...)

----------------------------------

วันนี้เป็นวันแรงงานครับ

ทั้งที่ผมก็เป็นแรงงาน(ข้าราชการ) แต่ผมกลับรู้สึกว่า คำว่า "แรงงาน" จะหมายถึงคนทำงานชั้นล่างมากกว่า

ชนชั้นที่ต้องแบกหิน แบกปูน ทำงานหนักที่สุด แต่ได้รับค่าตอบแทนต่ำสุด

ขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านี้มีความสุขในวันแรงงานนะครับ

คร่อก.....zzzzzzzzzz