วันนี้ขออัดทุกอย่างเกี่ยวกับในหลวงไว้ในเอนทรี่เดียวกันเลยครับ ตอนแรกทำเรื่องถาม-ตอบเกี่ยวกับ "ในหลวง" แต่ยังไม่ทันเขียนเสร็จ ก็ไปดูงานนิทรรศการในหลวงที่วัดบวรนิเวศ-งานเรือพระราชพิธี-ไฟประดับถนนราชดำเนิน(ซึ่งทำทุกอย่างภายในวันเดียว)เอนทรี่นี้จึง "อลัง"เป็นพิเศษ
เริ่มจากงานนิทรรศการวัดบวรนิเวศ ซึ่งเป็นวัดที่ในหลวงและพระมหากษัตริย์องค์ก่อน ๆ เคยผนวชครับงานนิทรรศการที่นี่ในส่วนประมวลภาพพระราชประวัติจะคล้ายกับนิทรรศการที่เมืองทองธานี แต่ไฮไลท์ของงานนี้คือภาพวีดีทัศน์พระราชพิธีอุปสมบทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งยาวถึง 30-40 นาที เราจะได้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ทรงผนวชสมัยก่อนเขาจัดงานกันอย่างไร และขณะที่ทรงผนวชอยู่นั้นท่านมีพระราชกรณียกิจอย่างไรบ้างและยังมีการจัดโชว์เครื่องใช้ของพระองค์ช่วงผนวชด้วย
ปริมาณผู้ชมที่นี่ก็มากพอดูครับ เดินทางสะดวกด้วย
มุมมองจากชั้นบน
คิดว่าเป็นกรรไกรที่ทรงใช้ตัดพระเกศาขณะทรงผนวชครับ
งานนี้ยังเปิดจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ครับ เปิดตั้งแต่หกโมงเช้า-หกโมงเย็น
ต่อมาถึงงานสำคัญ งานพระราชพิธีเห่เรือ ผมจองบัตรไว้ที่ดาดฟ้าของตึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งนับว่าโชคดีหน่อย เพราะช่วงบริเวณตึกธรรมศาสตร์ และสวนสาธารณะข้าง ๆ (จำชื่อไม่ได้) คนเยอะมาก ๆ ครับฝั่งตรงข้ามคนก็เยอะไม่แพ้กัน และก็เกิดเหตุการณ์ขึ้นจนได้...
ดูระเบียงสีขาวบ้านหลังนี้นะครับ
ระเบียงซีกขวาหายไปแล้ว สงสัยคนจะเยอะเกิน
มีคนปีนหลังคาดูด้วย
เพิ่งรู้ว่ามีคนที่อยากดูงานนี้มากขนาดยอมลงไปยืนตรงทางแคบ ๆ ตรงแม่น้ำด้วยครับ ผมมองไกล ๆ ยังงงว่าคนยืนอยู่บนน้ำได้ไง หรือบ้างก็ยอมปีนหลังคามอง ผมเองอยู่บนดาดฟ้าก็ใช่ว่าสบายนะ เพราะระหว่างรอขบวนเรือ จากแดดร้อนเปรี้ยงอยู่ ๆ ลมก็พัดอย่างแรง และฝนก็เทลงมา ผมก็สู้ครับ เพราะถ้าผมหนีไปเข้าร่มคงโดนคนอื่นแย่งที่ไปแน่ ๆ (แต่กล้องผมไม่สู้ฝนง่ะ เลยต้องเอาถุงก๊อปแก๊ปคลุมไว้ก่อน อิอิ) แต่ก็อย่างที่เพลงว่าไว้แหละครับ เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ (ร้องผิดป่าวอะ...)
ราวห้าโมงเย็นเศษ ๆ เรือพระราชพิธีก็มาถึงจนได้
เรืออนันตนาคราช เรือลำแรกที่ได้ยล ใน 3 เรือสำคัญ
ผมพยายามเซ็ตแสงสีไว้หลาย ๆ แบบ บางทีเห็นสีต่างไปบ้างไม่ต้องงงเน่อ ลำต่อไป เรือสุพรรณหงส์ และนารายณ์ทรงสุบรรณซึ่งเป็นเรือประจำรัชกาลปัจจุบัน
ถึงการถ่ายจากดาดฟ้าจะดีตรงที่เก็บภาพขบวนเรือได้สะดวก แต่ผมก็อยากได้มุมจากชั้นล่างด้วย จะได้เห็นหลาย ๆ วิว และอาจโฟกัสเข้าไปที่เรือแต่ละลำได้ชัดกว่าด้วย แต่ทำไงได้ล่ะมันไม่มีที่นิ...(ยังจะเรื่องมากอีก มีที่ให้ถ่ายก็ดีแล้ว)
กว่าเรือจะผ่านตรงตึกผมไปทั้งหมดก็กินเวลาราว ๆ ครึ่งชั่วโมงได้ครับ ผมงี้กดชัตเตอร์ไม่หยุดเลย เพราะจะได้เห็นอีกที่ไม่รู้เมื่อไหร่ ประทับใจมากครับ (จากที่ตอนแรกระหว่างรอก็ถามตัวเองว่า นอนดูอยู่กะบ้านมันจะดีกว่าป่าวฟะเนี่ย)
หลังจากที่จบงานเรือ ก็ไปเดินชมไฟที่ถนนราชดำเนินต่อ เก็บภาพดี ๆ มาหลายภาพ ต้องขอบคุณแฟนด้วยครับที่อุตส่าห์แบกขาตั้งกล้องมาให้ มีประโยชน์มาก ๆ เลย
บรรยากาศช่วงสนามหลวงก่อนจะเข้าถนนราชดำเนินครับ
ซุ้มทางเข้าถนนราชดำเนิน งามโคตะระอภิมหาอลังการสุด ๆ
ผมเดินชมไปได้ซักพัก เอ๊ะ เขามุงไรกันหว่า ที่แท้มีการปิดถนนฝั่งหนึ่งเพื่อส่งแขกบ้านแขกเมือง และท้ายสุด ในหลวงก็เสด็จด้วย ผมถ่ายรูปมาไม่ทันได้แต่อัดวีดีโอสั้น ๆ ไว้แทนอะ (ซึ่งก็ไม่ค่อยเห็นพระองค์ท่านเท่าไหร่) หลังจากรับเสด็จแล้ว ก็เดินมาเรื่อยจนถึงอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย มีน้ำพุ และเปิดเพลงพระราชนิพนธ์ครับ คนถ่ายรูปกันตู้ม
บอกผมทีเถอะ ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเป็นปาฏิหาริย์อะไรหรือเปล่า เมื่อตอนกลางวันก็ได้ข่าวพระอาทิตย์ทรงกลด อย่างงี้เรียกดวงจันทร์ทรงกลดด้วยหรือเปล่าครับ หรือแค่จันทร์เต็มดวงเฉย ๆ แต่มาเกิดพร้อม ๆ กันในช่วงเฉลิมฉลองนี่อีก ภาพสวยมากเลยครับ มองอะไร ๆ ก็เป็นสีทองสว่างไปหมด บรื่อส์ ขนลุก....
โลหปราสาทก็งามไปกะเค้าด้วย
จริง ๆ อยากเดินไปทางฝั่งพระที่นั่งอนันต์ฯ ต่อ แต่ไม่ไหวแหล่ว ตอนนั้นเกือบห้าทุ่มแล้วครับ ถ้ามีเวลาจะไปถ่ายต่ออีกทีหลังครับ
สรุป งานนี้ เหนื่อยแต่คุ้มสุด ๆ เก็บภาพสวย ๆ ไว้เพียบ ประทับใจไปอีกนาน
ต่อไป ของแถม
ที่จะอ่านต่อไปนี้เป็นคำถาม-ตอบ เกี่ยวกับ "ในหลวง" ที่ผมว่าน่าสนใจดี ผมคัดมาจากหนังสือ "ลัดดาซุบซิบ"มีหลาย ๆ คำถามที่ชาวบ้านอย่างเรา ๆ เองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน ลองมาดูกันครับ
๑. ถาม-สมมติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงกรอกข้อความในใบสมัครใด ๆ ของพระองค์ท่าน จะทรงมีพระราชหัตถ์ในช่อง "นามเดิม" "นามสกุล" "ยศ-บรรดาศักดิ์" ว่าอย่างไร
ตอบ-คราวที่ทรงรับคำทูลเชิญเป็นเนติบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ของเนติบัณฑิตสภา เมื่อ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ทรงมีพระราชหัตถ์ในใบสมัครดังนี้
นามเดิม ภูมิพลอดุลยเดช ปร.
นามสกุล พระราชวงศ์จักรี
ยศ-บรรดาศักดิ์ พระมหากษัตริย์
๒. ถาม-สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ เป็นการส่วนพระองค์ว่าอย่างไร
ตอบ-ทรงเรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า "เล็ก" และทรงเรียกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า "สิริ"
๓. ถาม-ในหลวงเราโปรดทำอะไรเป็นงานอดิเรก
ตอบ-โปรดวิทยุ (หมายถึงวิทยุติดต่อรับส่ง) ทรงสร้าง ทรงซ่อมเอง เพราะฉะนั้น พระองค์ทรงติดตามข่าวราชการทั่วประเทศอยู่ตลอดเวลา ช่วงไหนมีเหตุร้ายแรงอย่างมีพายุ มีจลาจล ไม่ได้บรรทม จะทรงติดตามข่าวทางวิทยุตลอด อย่างที่พระองค์ทรงดนตรีออกอากาศทางสถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต ที่ขอเพลงได้ด้วยนั้น อาจจะมีหลายหมื่นคนทีเดียวที่ขอเพลงโดยตรงจากพระเจ้าอยู่หัวโดยไม่รู้ตัวทุกวันศุกร์
๔. ถาม-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดที่จะประทับทรงงานของพระองค์อย่างไร
ตอบ-ห้องทรงงานของพระองค์ในความคิดของคนทั่ว ๆ ไป อาจจะมีโต๊ะทรงพระอักษร พระเก้าอี้ที่โก้เก๋ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น พระเก้าอี้นั้นมีจริง แต่พระองค์มิได้ประทับเวลาทรงงาน พระองค์จะประทับบนพื้น เพราะจะได้ทรงวางสิ่งของต่าง ๆ ได้ถนัด และเวลาทรงหาข้อมูลรับสั่งกับประชาชน จะทรงถนัดกว่าประทับอยู่บนพระเก้าอี้
๕. ถาม-อย่างการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรครั้งใหม่ในราวต้นปีหน้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งไหม
ตอบ-พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระนามาภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ และพระนามพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ พร้อมด้วยชื่อของนาวาอากาศเอกวีระยุทธ ดิษยะศริน มีปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งหลังสุด ปี ๒๕๓๑ ที่หน่วยเลือกตั้งที่ ๓ หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากร แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
)